งานโครงสร้างเหล็ก

 
 
 

PEB (Pre Engineering Buildings)

     คือ ระบบการก่อสร้างอาคารโดยใช้โครงสร้างเหล็ก แบบน็อคดาวน์ ที่ขึ้นรูปชิ้นส่วนจากโรงงาน เป็นโครงสร้างที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับการรับแรงของอาคารจริง โดยใช้หลักวิศวกรรม คำนวณหาจุดที่ประหยัดที่สุดของการใช้เหล็กมาขึ้นรูป แต่ก็คำนึงถึงความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก PEB ใช้การขึ้นรูปโครงสร้าง (Built up section) มีการควบคุมคุณภาพที่มาตรฐาน และมีการตรวจสอบ ทั้งหมดจากโรงงาน ก่อนขนส่งไปติดตั้งที่หน้างาน ด้วยระบบ Nut&Bolt การติดตั้งด้วยระบบนี้จะทำให้ประหยัดเวลา
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 

HRB (Hot Roll Buildings)

     คือ ระบบการก่อสร้างอาคารโดยใช้ เหล็ก I-beam หรือ H-beam มาออกแบบให้สอดคล้องกับการรับแรงของอาคารจริง โดยใช้หลักวิศวกรรมรูปทรงจะคล้ายกับโครงสร้างระบบ PEB การก่อสร้างอาคารระบบ HRB จะเหมาะสำหรับ อาคารที่มี Clearing Span 20-30 M. ไม่จำกัดความสูงและความยาวของตัวอาคาร การติดตั้งใช้ระบบ Nut&Bolt เช่นเดียวกับการติดตั้งแบบระบบ PEB แต่ระยะเวลาในการผลิตจะใช้เวลาผลิตสั้นกว่า โครงสร้างระบบ PEB ดังนั้น โครงสร้างระบบ HRB จึงเหมาะกับอาคารขนาดเล็ก-กลาง ที่มีระยะเวลาในการก่อสร้างจำกัด
 
 
Standard frame system ขนาดมาตรฐานของโครงสร้าง HRB
 
 

Truss (โครงถัก)

     คือ โครงสร้างซึ่งประกอบขึ้นโดยการยึดปลายทั้งสอง ต่อกับชิ้นส่วนอื่นเพื่อส่งแรงผ่านระหว่างกัน โดยอาจยึดติดกันโดยการเชื่อมหรือใช้สลักเกลียว โครงสร้างที่นิยมทำเป็นโครงถัก ได้แก่ โครงหลังคาคลุมตลาด, โครงหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ เป็นต้น รูปทรงพื้นฐานของโครงถักจะเป็นรูปสามเหลี่ยม ประกอบด้วยชิ้นส่วนอย่างน้อย 3 ท่อน ซึ่งจะเป็นรูปทรงที่มีเสถียรภาพต้านทานแรงที่มากระทำให้เปลี่ยนรูปร่างเมื่อเทียบกับรูปทรงอื่น โครงถักเหมาะกับโครงสร้างช่วงไม่ยาวและไม่ต้องมีเสากลางรับจันทัน
 
 
 
 

Standard frame system ขนาดมาตรฐานของโครงสร้าง TRUSS

 
 
 
 
โครงถักแบบโฮว์ (Howe Truss)                                        จันทันเอียงเป็นจั่วสองข้างเท่ากันขื่ออยู่ในแนวราบ มีท่อนยึดดิ่งระยะห่างเท่ากัน และมีท่อนยึดทแยงเอียงลงเข้าหากึ่งกลางช่วง โดยมีรูปร่างตามช่วงความยาวที่เพิ่มขึ้นดังในรูปด้านข้าง
 
                       
         

 

โครงถักคอร์ดเอียงขนาน                                             ขื่อจะเอียงขนานกับจันทันทำให้มีช่องว่างความสูงมากขึ้นและแบ่งได้เป็น 2 ชนิดดังนี้ 

1.โครงถักแนวเอียง (Sloping Flat Truss)             

2.โครงถักแนวราบ (Flat Truss) ดังรูปด้านข้าง

 
 
 
 
 

 

โครงถักแบบเอียงตามมุม (Dual Pitch)   มักใช้เป็นหลังอาคารตึกแถว โดยเอียงชันทางด้านหน้าแล้วลาดเทลงยาวด้านหลัง

 
 
 

 

โครงถักแบบโฮว์ยกระดับ  มักนิยมในโครงสร้างหลังคาช่วยยาวเช่นในโรงงานหรือโกดังเก็บสินค้า

 
 
 

 

โครงถักแบบโค้ง (Curve Truss) นิยมมากขึ้นในปัจจุบันเนื่องจากมีการใช้แผ่นเหล็กรีด ลอนมุงหลังคาซึ่งสามารถดัดโค้งได้

 

 

 
                     
 
 
 
 
 
                       
 
 
 
 


05 กันยายน 2561

ผู้ชม 394 ครั้ง

Engine by shopup.com